dotplusplus
dotplusplus logo

Elementor คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง Free กับ Pro ต่างกันมากไหม

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การสร้างเว็บไซต์สวย ๆ สักหน้าเคยเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพานักพัฒนาและงบประมาณก้อนโต แต่ทุกวันนี้คนที่เขียนโค้ดไม่เป็นเลยก็ออกแบบหน้าเว็บระดับมืออาชีพได้ด้วยตัวเอง หนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริงก็คือ Elementor ซึ่งเป็น Page Builder ยอดนิยมที่สุดตัวหนึ่งของ WordPress และมีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านเว็บไซต์

บทความนี้ Dot Plus Plus จะพาคุณเจาะลึกว่า Elementor คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง ข้อดีข้อเสียมีอะไร และที่หลายคนสงสัยมากที่สุดคือเวอร์ชัน Free กับ Pro แตกต่างกันมากไหม คุ้มค่าที่จะจ่ายหรือเปล่า อ่านจบแล้วคุณจะตัดสินใจได้ว่าเครื่องมือนี้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณหรือไม่

สารบัญบทความ

  1. Elementor คืออะไร?
  2. ความสามารถของ Elementor ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
  3. Elementor เหมาะกับใครบ้าง?
  4. Elementor มีกี่เวอร์ชัน แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
  5. ข้อดีของ Elementor
  6. ข้อเสียของ Elementor
  7. Elementor ทำงานร่วมกับ theme อะไรได้บ้าง?
  8. Elementor เหมาะกับทำเว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง?
  9. Elementor ราคาเท่าไหร่? (อัปเดตปี 2026)
  10. วิธีการติดตั้ง Elementor ใน WordPress
  11. วิธีใช้ Elementor ใน WordPress
  12. วิธีใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงใน Elementor
  13. คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Elementor
  14. สรุป

Key Takeaways

  • Elementor คือปลั๊กอินสร้างหน้าเว็บ (Page Builder) สำหรับ WordPress ที่ทำงานแบบลากวาง (Drag and Drop) โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
  • เวอร์ชันฟรีดาวน์โหลดได้จาก WordPress.org และมีฟีเจอร์พื้นฐานเพียงพอสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป
  • เวอร์ชัน Pro ปลดล็อก Theme Builder, WooCommerce Builder, Pop-up Builder, Form Builder และ Widget ขั้นสูงอีกกว่า 80 ตัว
  • ราคา Elementor Pro ปี 2026 เริ่มต้นที่ 59 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับ 1 เว็บไซต์ ไปจนถึงแผน Agency 399 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับสูงสุด 1,000 เว็บไซต์
  • เวอร์ชันล่าสุดคือ Elementor 3.35 ซึ่งเปิดตัว Editor V4 แบบ CSS-First ที่พร้อมใช้งานจริง
  • ข้อควรระวังหลักคือเรื่องความเร็วเว็บไซต์และการผูกติดกับ Elementor หากคิดจะเลิกใช้ในอนาคต

Elementor คืออะไร?

elementor คืออะไร

Elementor คือ ปลั๊กอินสร้างหน้า (Page Builder) สำหรับ WordPress ที่ช่วยให้คุณออกแบบและจัดวาง Layout ของหน้าเว็บได้ผ่านอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด HTML, CSS หรือ JavaScript จุดเด่นสำคัญคือการทำงานแบบ WYSIWYG (What You See Is What You Get) หมายความว่าคุณจะเห็นผลลัพธ์ของการออกแบบแบบเรียลไทม์ทันทีที่ปรับแต่ง ไม่ต้องสลับหน้าไปมาเพื่อดูตัวอย่าง กระบวนการสร้างเว็บไซต์จึงเร็วขึ้นและเห็นภาพชัดเจนกว่าการแก้ผ่านโค้ด

ความสามารถของ Elementor ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Elementor มาพร้อมชุดเครื่องมือและฟังก์ชันที่หลากหลาย ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้อย่างอิสระและครอบคลุมความต้องการเกือบทุกแบบ ตัวอย่างเช่น

  • ออกแบบ Layout ที่ซับซ้อนด้วยระบบ Section, Column และ Container ที่ยืดหยุ่น จัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าเว็บได้อย่างเป็นเอกลักษณ์
  • ทำงานแบบ Drag and Drop เพียงคลิก เลือก และลาก Widget (เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ปุ่ม) มาวางบนหน้าเว็บ
  • มี Widget พื้นฐานให้เลือกใช้จำนวนมาก ครอบคลุมองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป
  • Widget แต่ละตัวปรับแต่งได้ละเอียด ทั้งรูปลักษณ์ สไตล์ และพฤติกรรมการทำงาน
  • มี Library ของ Template ที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพ นำเข้ามาใช้แล้วปรับให้เข้ากับเนื้อหาได้ทันที
  • ปรับการแสดงผลแยกตามอุปกรณ์ Desktop, Tablet และ Mobile ได้อย่างอิสระ
  • กำหนดสไตล์กลางของ Fonts, Colors และ Typography ทั่วทั้งเว็บไซต์ ทำให้ดีไซน์สอดคล้องกัน
  • Theme Builder (เฉพาะ Pro) สร้าง Header, Footer, Single Post Template และ Archive Template ได้ด้วยอินเทอร์เฟซของ Elementor เอง
  • WooCommerce Builder (เฉพาะ Pro) สำหรับเว็บ E-commerce ช่วยออกแบบหน้า Product Page และ Shop Page
  • Pop-up Builder, Form Builder, Dynamic Content และ Motion Effects (เฉพาะ Pro) สำหรับงานที่ต้องการฟังก์ชันขั้นสูงและเพิ่ม Conversion

Elementor เหมาะกับใครบ้าง?

Elementor รองรับผู้ใช้งาน WordPress หลายกลุ่ม ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ

  • ผู้เริ่มต้นใช้งาน ด้วยอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop แม้ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดก็สร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพได้เร็ว
  • นักออกแบบเว็บไซต์ ที่ต้องการอิสระในการสร้าง Layout เฉพาะตัว โดยไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของ Theme
  • นักพัฒนาเว็บไซต์ ประหยัดเวลางาน Front-end และยังเขียน Custom Widget หรือแทรกโค้ดเองได้สำหรับคนที่มีความรู้เชิงเทคนิค
  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ที่อยากดูแลและแก้ไขเว็บไซต์ของตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งนักพัฒนาตลอดเวลา ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • บล็อกเกอร์ ที่ต้องการจัดรูปแบบเนื้อหาและสร้าง Layout บทความให้น่าอ่าน

Elementor มีกี่เวอร์ชัน แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

Elementor แบ่งเป็น 2 เวอร์ชันหลัก คือเวอร์ชันฟรี (Free) และเวอร์ชัน Pro (เสียเงิน) ทั้งสองต่างกันที่จำนวนฟีเจอร์และความสามารถขั้นสูง โดยเวอร์ชัน Pro ทำงานเป็นส่วนเสริมที่ต้องติดตั้งควบคู่กับเวอร์ชันฟรีเสมอ

Elementor Free

เวอร์ชันฟรีเป็นปลั๊กอินพื้นฐานที่ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีจาก WordPress.org แม้จะไม่เสียเงิน แต่ก็มีฟีเจอร์เพียงพอสำหรับสร้างเว็บไซต์ที่ดูดีในระดับหนึ่ง

  • Drag and Drop Editor ลากวาง Widget เพื่อสร้าง Layout โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
  • Widget พื้นฐานให้เลือกใช้กว่า 40 ตัว เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ปุ่ม ไอคอน ตัวแบ่ง และ Spacer
  • Template สำเร็จรูปจำนวนหนึ่ง ช่วยให้เริ่มต้นสร้างหน้าเว็บได้เร็ว
  • ปรับการแสดงผลบน Desktop, Tablet และ Mobile ได้
  • บันทึกประวัติการแก้ไข (Revision History) ย้อนกลับไปเวอร์ชันก่อนหน้าได้

ดาวน์โหลด Elementor เวอร์ชันฟรีได้ที่ https://th.wordpress.org/plugins/elementor/

Elementor Pro

Elementor Pro เป็นเวอร์ชันเสียเงินที่เพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูงเข้ามาอีกมาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ซับซ้อน มีดีไซน์เฉพาะตัว และควบคุมทุกส่วนของเว็บได้เอง

  • ได้ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Elementor Free แล้วเสริมด้วย Widget ขั้นสูงอีกกว่า 80 ตัว เช่น Posts, Portfolio, Form Builder, Slides, Testimonials, Countdown และ Lottie Animations
  • Theme Builder สร้าง Header, Footer, Single Post Template และ Archive Template ได้อย่างอิสระ
  • WooCommerce Builder ออกแบบและปรับแต่งหน้า Product Page และ Shop Page ของร้านค้าออนไลน์
  • Pop-up Builder สร้าง Pop-up ที่กำหนดเงื่อนไขการแสดงผลได้ละเอียด
  • Form Builder สร้างฟอร์มที่กำหนดเอง พร้อมเชื่อมต่อกับเครื่องมือ Marketing และ CRM
  • Dynamic Content ดึงข้อมูลจาก Custom Fields เช่น ACF มาแสดงบนหน้าเว็บ
  • Global Widget บันทึก Widget ที่ปรับแต่งแล้วไปใช้ซ้ำทั่วเว็บ แก้ที่เดียวอัปเดตทุกจุด
  • เพิ่ม Custom CSS ให้แต่ละ Element และเข้าถึง Library ของ Template และ Block ที่หลากหลายกว่าเวอร์ชันฟรี

ดูรายละเอียดฟีเจอร์และราคา Elementor Pro ได้ที่ https://elementor.com/pro/

ตารางเปรียบเทียบ Elementor Free กับ Pro

ฟีเจอร์ Free Pro
Drag and Drop Editor มี มี
จำนวน Widget กว่า 40 ตัว กว่า 120 ตัว
Template และ Block สำเร็จรูป จำนวนจำกัด หลายร้อยแบบ
Responsive Design มี มี
Theme Builder (Header/Footer) ไม่มี มี
WooCommerce Builder ไม่มี มี
Pop-up Builder ไม่มี มี
Form Builder ไม่มี มี
Dynamic Content / ACF ไม่มี มี
Motion Effects และ Custom CSS ไม่มี มี
การซัพพอร์ต ผ่านฟอรัมชุมชน Premium Support
ราคา (ต่อปี) ฟรี เริ่มต้น 59 ดอลลาร์

สรุปสั้น ๆ คือ Elementor Free เหมาะกับผู้เริ่มต้นและเว็บไซต์พื้นฐานที่เน้นดีไซน์สวยในระดับหนึ่ง ส่วน Elementor Pro เหมาะกับนักออกแบบ นักพัฒนา และคนที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ซับซ้อน ทำร้านค้าออนไลน์ด้วย WooCommerce หรือใช้ Theme Builder ควบคุมทุกส่วนของเว็บ

ข้อดีของ Elementor

Elementor ได้รับความนิยมกว้างขวางเพราะมีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้การสร้างเว็บไซต์ WordPress ง่ายขึ้นมาก

  • ใช้งานง่ายด้วย Drag and Drop คนที่ไม่เขียนโค้ดก็ออกแบบหน้าเว็บได้เร็วและเห็นผลเป็นภาพ
  • ให้อิสระในการสร้าง Layout ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ถูกกรอบของ Theme บีบมากนัก
  • มี Widget ให้เลือกใช้จำนวนมาก ครอบคลุมทั้งองค์ประกอบพื้นฐานและขั้นสูง
  • Widget ปรับแต่งได้ละเอียดทุกรายละเอียด ทั้งสี ขนาด ระยะห่าง และสไตล์
  • Library ของ Template ช่วยประหยัดเวลาออกแบบและเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มงาน
  • ปรับแต่งการแสดงผลแยกตามอุปกรณ์ได้สะดวก ทั้ง Desktop, Tablet และ Mobile
  • ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเว็บไซต์โดยรวม
  • มีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่ ทั้ง Tutorial, Forum และคอร์สเรียนออนไลน์ ทำให้หาทางแก้ปัญหาได้ง่าย
  • ฟีเจอร์ขั้นสูงในเวอร์ชัน Pro อย่าง Theme Builder, WooCommerce Builder และ Dynamic Content เปิดโอกาสให้ต่อยอดงานได้ไกลกว่าเดิม

ข้อเสียของ Elementor

แม้ข้อดีจะเยอะ แต่ Elementor ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

  • หากใช้ Widget และ Effect จำนวนมากโดยไม่ Optimize เว็บไซต์อาจโหลดช้าลงได้
  • เกิดการผูกติดกับ Elementor หากเลิกใช้ในภายหลัง โครงสร้างและสไตล์ที่สร้างไว้มักหลุดเป็น Shortcode ต้องรื้อทำใหม่หรือใช้ปลั๊กอินแปลง
  • พื้นฐานเรียนรู้ง่าย แต่การใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Pro ให้คล่องต้องอาศัยเวลาฝึกฝนพอสมควร
  • ฟังก์ชันที่น่าสนใจส่วนใหญ่อยู่ใน Pro ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายแบบรายปี
  • บาง Theme ที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับ Page Builder อาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้

Elementor ทำงานร่วมกับ theme อะไรได้บ้าง?

elementor ทำงานอย่างไร

โดยหลักการ Elementor ทำงานร่วมกับ WordPress Theme ได้เกือบทุกตัว เพราะ Elementor เข้ามาจัดการเฉพาะส่วน Content Area ของหน้าเว็บเป็นหลัก ขณะที่ Theme ยังควบคุมโครงสร้างหลักอย่าง Header, Footer, Sidebar และสไตล์พื้นฐาน

ถึงอย่างนั้นก็มี Theme บางกลุ่มที่ออกแบบมาให้เข้ากับ Elementor ได้ลื่นเป็นพิเศษ มักมีโครงสร้างเบา ยืดหยุ่น และมีตัวเลือกปรับแต่งน้อย เพื่อเปิดทางให้ Elementor ควบคุมดีไซน์ได้เต็มที่ ตัวอย่างเช่น

  • Hello Elementor Theme ฟรีอย่างเป็นทางการจากทีม Elementor เอง ขนาดเล็กและเน้นความเร็ว เหมาะกับคนที่อยากสร้างทุกอย่างด้วย Elementor
  • Astra Theme ยอดนิยมที่มีทั้งเวอร์ชันฟรีและ Pro โหลดเร็วและปรับแต่งได้ยืดหยุ่น
  • GeneratePress เน้นความเร็วและโครงสร้างที่สะอาด ทำงานร่วมกับ Elementor ได้ดี
  • OceanWP Theme ฟรีที่มีฟีเจอร์หลากหลายและเข้ากันได้ดีกับ Elementor

Elementor เหมาะกับทำเว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง?

ด้วยความยืดหยุ่นและฟีเจอร์ที่หลากหลาย Elementor จึงเหมาะกับเว็บไซต์หลายประเภท ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเว็บไซต์ที่ซับซ้อนสูง

  • เว็บไซต์ธุรกิจ สำหรับสร้าง Landing Page หน้าเกี่ยวกับบริษัท หน้าบริการ และหน้าติดต่อ เพื่อนำเสนอธุรกิจอย่างมืออาชีพ
  • เว็บไซต์ส่วนตัวและบล็อก จัด Layout ให้อ่านง่ายและสร้าง Portfolio แสดงผลงานได้สวยงาม
  • เว็บไซต์ E-commerce ด้วย WooCommerce Builder ใน Elementor Pro ช่วยสร้างร้านค้าออนไลน์ได้เต็มรูปแบบ
  • เว็บไซต์ข่าวและนิตยสาร ที่ต้องจัด Layout เนื้อหาจำนวนมากให้น่าติดตาม
  • เว็บไซต์สมัครสมาชิกและหน้าโปรโมทกิจกรรม พร้อมฟอร์มลงทะเบียนและรายละเอียดแคมเปญ

Elementor ราคาเท่าไหร่? (อัปเดตปี 2026)

Elementor มีทั้งเวอร์ชันฟรีและเวอร์ชัน Pro โดยเวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์พื้นฐานเพียงพอสำหรับสร้างเว็บไซต์ที่ดูดีในระดับหนึ่ง เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้นหรือคนที่มีงบจำกัด

หากต้องการปลดล็อกฟีเจอร์ขั้นสูง Elementor Pro เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า ราคาปี 2026 คิดเป็นรายปีตามจำนวนเว็บไซต์ที่ใช้งาน ดังนี้

แผน ราคาต่อปี จำนวนเว็บไซต์
Essential 59 ดอลลาร์ 1 เว็บไซต์
Advanced Solo 79 ดอลลาร์ 1 เว็บไซต์ (ครบทุกฟีเจอร์ Pro)
Advanced 99 ดอลลาร์ 3 เว็บไซต์
Expert 199 ดอลลาร์ สูงสุด 25 เว็บไซต์
Agency 399 ดอลลาร์ สูงสุด 1,000 เว็บไซต์

แผน Essential ราคา 59 ดอลลาร์ต่อปีให้ Widget ระดับ Pro ประมาณ 57 ตัว ส่วนแผน Advanced Solo ขึ้นไปจะได้ Widget ครบ 85 ตัว พร้อม Theme Builder, Pop-up Builder และ Form Builder เต็มชุด ราคาข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันของแต่ละช่วง แนะนำให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากหน้าเว็บทางการก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีการติดตั้ง Elementor ใน WordPress

การติดตั้ง elementor plugin ใน WordPress

การติดตั้ง Elementor ใน WordPress ทำได้ไม่ยาก เพียงไม่กี่ขั้นตอน

  1. ล็อกอินเข้าสู่ WordPress Dashboard
  2. ไปที่เมนู Plugins ด้านซ้ายมือ แล้วคลิก Add New
  3. พิมพ์คำว่า Elementor ในช่องค้นหา
  4. เมื่อเจอปลั๊กอิน Elementor Website Builder ให้คลิกปุ่ม Install Now
  5. เมื่อติดตั้งเสร็จ ปุ่มจะเปลี่ยนเป็น Activate ให้คลิกเพื่อเปิดใช้งาน Elementor บนเว็บไซต์

วิธีใช้ Elementor ใน WordPress

หลังติดตั้งและเปิดใช้งานแล้ว คุณเริ่มออกแบบหน้าเว็บได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • สร้างหน้าใหม่หรือแก้ไขหน้าที่มีอยู่ใน WordPress
  • คลิกปุ่ม Edit with Elementor ด้านบนเพื่อเข้าสู่ Elementor Editor
  • หน้าจอ Editor แบ่งเป็นสองส่วน คือ Panel ด้านซ้ายที่รวม Widget, Section, Template และตัวเลือกปรับแต่ง กับพื้นที่แสดงผลด้านขวาที่เห็นหน้าเว็บแบบเรียลไทม์
  • ลาก Widget ที่ต้องการ (เช่น Heading, Text Editor, Image, Button) จาก Panel ซ้ายมาวางในพื้นที่ด้านขวา
  • ก่อนวาง Widget อาจเพิ่ม Section เพื่อแบ่งหน้าเป็นส่วน ๆ และเพิ่ม Column เพื่อจัดเรียง Widget โดยปรับจำนวนและขนาดได้ตามต้องการ
  • เมื่อเลือก Widget หรือ Section จะเห็นตัวเลือกปรับแต่งใน Panel ซ้าย แบ่งเป็น Tab Content, Style และ Advanced ปรับข้อความ รูปภาพ สี ขนาด ระยะขอบ และอื่น ๆ ได้
  • หากอยากเริ่มเร็ว คลิกไอคอน Folder ตรงกลางด้านบนเพื่อเลือก Template สำเร็จรูปมาปรับใช้
  • เมื่อออกแบบเสร็จ คลิก Save Draft เพื่อบันทึกฉบับร่าง หรือ Publish เพื่อเผยแพร่หน้าเว็บ

วิธีใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงใน Elementor

Elementor Pro มาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงหลายอย่างที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์มากขึ้น

Widget

มากกว่า 100 widget elementor ให้เลือกใช้

ใน Elementor Pro มี Widget เพิ่มเติมที่ทรงพลัง เช่น

  • Posts แสดงรายการโพสต์ในรูปแบบ Grid หรือ Carousel
  • Portfolio แสดงผลงานอย่างสวยงาม
  • Form Builder สร้างฟอร์มติดต่อและฟอร์มอื่น ๆ ที่ปรับแต่งได้
  • Slides สร้างสไลด์โชว์ที่น่าสนใจ
  • Testimonials แสดงคำรับรองจากลูกค้า
  • Countdown ตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับโปรโมชัน
  • Lottie Animations เพิ่มแอนิเมชันน้ำหนักเบาให้เว็บไซต์

ดู Widget ทั้งหมดของ Elementor ได้ที่ https://elementor.com/widgets/

Single Post

Elementor Pro ช่วยให้คุณออกแบบ Layout เฉพาะสำหรับหน้า Single Post ได้อย่างอิสระ ทั้งการจัดวาง Featured Image, Title, เนื้อหา และ Meta Data

Theme Builder

ฟีเจอร์ Theme Builder ของ Elementor

นี่คือหนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Elementor Pro ช่วยให้คุณสร้าง Header, Footer, Single Post Template, Archive Template และ Search Results Page ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ออกแบบทุกส่วนของเว็บไซต์ผ่านอินเทอร์เฟซของ Elementor เอง

Global Settings

กำหนดสไตล์กลางสำหรับ Fonts, Colors, Typography และ Global CSS ได้ทั่วทั้งเว็บไซต์ ทำให้ดีไซน์สอดคล้องกันและจัดการง่าย

Pop-up

ฟีเจอร์ popup ของ elementor

สร้าง Pop-up ที่กำหนดเงื่อนไขการแสดงผลได้ละเอียด เพื่อเพิ่ม Engagement รวบรวม Email หรือโปรโมทข้อเสนอพิเศษ

Single Product

สำหรับเว็บไซต์ WooCommerce มีฟีเจอร์ที่ช่วยปรับแต่ง Layout ของหน้าสินค้าได้เต็มที่ ทั้งการจัดวางรูปภาพ ชื่อสินค้า ราคา และคำอธิบาย

WooCommerce Builder

ฟีเจอร์ WooCommerce Builder ของ Elementor

Elementor Pro ยังช่วยให้คุณสร้างและปรับแต่งหน้า Shop Page, Product Archive และส่วนอื่น ๆ ของร้านค้าออนไลน์ WooCommerce ได้อย่างง่ายดาย ปรับรูปลักษณ์ของร้านค้าได้ตามใจ

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Elementor

Elementor กับ gutenberg ต่างกันอย่างไร?

Elementor เป็น Page Builder ที่เน้นการออกแบบด้วย Drag and Drop ที่ยืดหยุ่นสูง มี Widget และ Template สำเร็จรูปจำนวนมาก เหมาะกับคนที่อยากควบคุมดีไซน์ทุกรายละเอียดโดยไม่ต้องเขียนโค้ด มีทั้งเวอร์ชันฟรีและ Pro

Gutenberg เป็น Block Editor ที่มาพร้อม WordPress ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 เป็นตัวแก้ไขเนื้อหาหลักที่ใช้ระบบ Block เน้นความเรียบง่าย ทำงานเร็ว และเป็นพื้นฐานของ Full Site Editing ข้อดีคือใช้งานได้ฟรีและเป็นส่วนหนึ่งของ WordPress Core

พูดง่าย ๆ คือ Elementor เน้นการออกแบบขั้นสูงและความยืดหยุ่น ส่วน Gutenberg เน้นความเรียบง่ายและความเร็ว

Elementor ใช้ฟรีได้ไหม?

ได้ Elementor มีเวอร์ชันฟรีที่ดาวน์โหลดและใช้งานได้จาก WordPress.org โดยมีฟีเจอร์พื้นฐานเพียงพอสำหรับสร้างเว็บไซต์ที่ดูดีในระดับหนึ่ง เช่น Drag and Drop Editor, Widget พื้นฐาน และ Template ฟรีจำนวนหนึ่ง หากภายหลังต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงจึงค่อยอัปเกรดเป็น Pro

Elementor ทำ SEO ได้ดีไหม?

โดยทั่วไป Elementor ไม่ได้ส่งผลเสียต่อ SEO และใช้งานร่วมกับหลักการ SEO ได้ดี เพราะสร้างโครงสร้าง HTML ที่สะอาดและรองรับ Responsive Design ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่ออันดับ นอกจากนั้นยังทำงานร่วมกับปลั๊กอิน SEO ยอดนิยมอย่าง Yoast SEO และ Rank Math ได้ราบรื่น ปรับแต่ง Meta Title, Description และ Keyword ได้ครบ ทั้งนี้ผลลัพธ์ SEO สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการ Optimize เว็บไซต์โดยรวมด้วย

Elementor ช่วยปรับแต่ง Responsive ได้ดีจริงไหม?

Elementor มีเครื่องมือปรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้ง Desktop, Tablet และ Mobile ได้สะดวก คุณดูตัวอย่างการแสดงผลบนแต่ละอุปกรณ์ได้โดยตรงใน Editor ปรับขนาดตัวอักษร ระยะขอบ ระยะห่าง และการจัดวางของแต่ละองค์ประกอบให้เหมาะกับหน้าจอได้ อีกทั้งยังซ่อนหรือแสดงบางองค์ประกอบเฉพาะบางอุปกรณ์ได้ ทำให้สร้างเว็บไซต์ที่รองรับทุกขนาดหน้าจอได้จริง

Elementor ทำงานกับ Plugin WordPress อื่น ๆ ได้หรือไม่?

Elementor ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับปลั๊กอิน WordPress อื่น ๆ ได้ราบรื่น เช่น

  • ปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast SEO และ Rank Math
  • ปลั๊กอิน Caching เพื่อเพิ่มความเร็วเว็บไซต์
  • ปลั๊กอิน Contact Form อย่าง Contact Form 7 และ WPForms
  • ปลั๊กอิน Security เพื่อปกป้องเว็บไซต์
  • ปลั๊กอิน WooCommerce สำหรับร้านค้าออนไลน์ (Elementor Pro มี WooCommerce Builder ในตัว)

โดยทั่วไปหากปลั๊กอินนั้นพัฒนาตามมาตรฐาน WordPress ก็มักใช้งานร่วมกับ Elementor ได้

Elementor ใช้แล้วทำให้เว็บไซต์ช้าลงหรือไม่?

ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์เมื่อใช้งาน Elementor เป็นอย่างไร copy

หากไม่ Optimize ให้ดี การใช้ Widget และ Style จำนวนมากใน Elementor อาจทำให้เว็บไซต์โหลดช้าลงได้ แต่คุณปรับปรุงความเร็วได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • Optimize ขนาดรูปภาพก่อนอัปโหลด
  • ติดตั้งปลั๊กอิน Caching
  • เลือก Hosting ที่แรงพอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ WordPress Hosting คืออะไร? ที่ไหนดี)
  • หลีกเลี่ยงการใช้ Widget ที่ไม่จำเป็นมากเกินไป
  • เปิดใช้ Elementor Experiments และ Optimized Markup (ในส่วน Advanced) ซึ่ง Elementor 3.35 เปิดใช้เป็นค่าเริ่มต้นให้กับการติดตั้งใหม่แล้ว

เมื่อ Optimize ครบ เว็บไซต์ก็จะทั้งสวยและโหลดเร็วได้ ดูแนวทางเร่งความเร็วเว็บ Elementor เพิ่มเติมได้ที่ https://elementor.com/help/speed-up-a-slow-site/

สรุป

Elementor คือ ปลั๊กอินสร้างหน้า WordPress ยอดนิยม ใช้งานง่ายแบบ Drag and Drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เหมาะกับทุกคนที่อยากสร้างเว็บไซต์สวยงามและรองรับการทำ SEO ได้ดี

Elementor มีให้เลือกใช้ 2 เวอร์ชันหลัก คือแบบฟรีสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป และแบบ Pro (เสียเงิน เริ่มต้น 59 ดอลลาร์ต่อปี) ที่มาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง Theme Builder และ WooCommerce Builder เวอร์ชันล่าสุดในปี 2026 คือ Elementor 3.35 ที่ยกระดับด้วย Editor V4 แบบ CSS-First หากคุณเพิ่งเริ่มต้น ลองใช้เวอร์ชันฟรีให้คุ้นมือก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อจำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์ที่ซับซ้อนขึ้น

หากคุณต้องการสร้างหรือปรับปรุงเว็บไซต์ WordPress ด้วย Elementor ให้สวยงามและใช้งานได้จริง Dot Plus Plus พร้อมให้คำปรึกษาและบริการ รับทำเว็บไซต์ WordPress แบบครบทุกขั้นตอน ติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ใหม่ของคุณได้เลย

**สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
**สายด่วน : 095-953-7524
Facebook : Dot Plus Plus บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress
Line : @DotPlusPlus
Email : dotplusplus.design@gmail.com

แหล่งอ้างอิง

Elementor. (2026). Elementor Website Builder Pricing Plans. Elementor. https://elementor.com/pricing/

WordPress.org. (2026). Elementor Website Builder – More than Just a Page Builder. WordPress.org. https://wordpress.org/plugins/elementor/

Elementor. (2026). Elementor Pro Changelog – Version Updates. Elementor. https://elementor.com/pro/changelog/

dotplusplus
Dot Plus Plus เราเป็นบริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress ที่ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา ตลอดไปจนการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์แบบครบวงจร
บริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress
dbd เครื่องหมายยืนยันการค้า
เมนูหลัก
บริการของเรา
  • รับทำเว็บไซต์ WordPress
  • รับทำเว็บไซต์บริษัท
  • รับทำเว็บไซต์คลินิกความงาม
  • รับทำเว็บไซต์ Ecommerce
ติดต่อเรา
บริษัท มุ่ง มั่น มี จำกัด
ที่อยู่ : คอนโดตวันนาเรสซิเดนซ์ 2 122/20 ตึกC ซอย วิภาวดีรังสิต 17 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ
  • จันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 18.00 น.
  • โทร 095-953-7524
นโยบายความเป็นส่วนตัว
Copyright ©2025 DotPlusPlus All Rights Reserved.