dotplusplus logo
dotplusplus logo

Elementor คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง Free กับ Pro ต่างกันมากไหม

elementor คืออะไร Free กับ Pro ต่างกันอย่างไร

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

Elementor คือ หนึ่งใน Page Builder ยอดนิยมและทรงพลังที่สุดสำหรับ WordPress ที่เข้ามาปฏิวัติวิธีการสร้างและออกแบบเว็บไซต์โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว ด้วยอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop ที่ใช้งานง่าย ทำให้ Elementor ได้รับความไว้วางใจจากนักพัฒนา ผู้ใช้งานทั่วไป และธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์เว็บไซต์ที่สวยงามและตอบโจทย์ทุกความต้องการ

วันนี้ Dot Plus Plus จะพาคุณมาเจาะลึกกันว่า Elementor คืออะไร มีความสามารถอะไรบ้าง และเวอร์ชัน Free กับ Pro แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าเครื่องมือนี้จะเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณหรือไม่?

Elementor คืออะไร?

elementor คืออะไร

Elementor คือ Plugin สร้างหน้า (Page Builder) สำหรับ WordPress ที่ช่วยให้คุณออกแบบและสร้าง Layout ของหน้าเว็บได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด HTML, CSS หรือ JavaScript Elementor ด้วยการทำงานแบบ WYSIWYG (What You See Is What You Get) ซึ่งหมายความว่าคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการออกแบบของคุณแบบเรียลไทม์ขณะที่กำลังสร้าง ทำให้กระบวนการสร้างเว็บไซต์เป็นไปอย่างรวดเร็วและเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ความสามารถของ Elementor ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Elementor มาพร้อมกับชุดเครื่องมือและฟังก์ชันที่หลากหลาย ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์เว็บไซต์ได้อย่างอิสระและครอบคลุมทุกความต้องการ อาทิ

  • สร้าง Layout ที่ซับซ้อน ด้วยระบบ Column และ Section ที่ยืดหยุ่น ช่วยให้คุณสามารถจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าเว็บได้อย่างอิสระ สร้าง Layout ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ได้ตามต้องการ
  • การทำงานแบบ Drag and Drop Interface เพียงแค่คลิก เลือก และลาก Widgets ต่าง ๆ (เช่น ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, ปุ่ม) มาวางบนหน้าเว็บ คุณก็สามารถสร้างเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว
  • Elementor มี Widgets ให้เลือกใช้งานมากมาย ครอบคลุมทุกองค์ประกอบพื้นฐานและขั้นสูงที่คุณต้องการสำหรับเว็บไซต์
  • Widgets แต่ละตัวมาพร้อมกับตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลาย ช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ สไตล์ และการทำงานขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้ตามต้องการ
  • Elementor มี Library ของ Templates ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและเป็นมืออาชีพ ให้คุณสามารถนำเข้า Templates เหล่านี้มาใช้งานและปรับแต่งให้เข้ากับเนื้อหาของคุณได้อย่างง่ายดาย
  • Elementor ช่วยให้คุณออกแบบเว็บไซต์ที่ตอบสนองต่อขนาดหน้าจอต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยคุณสามารถปรับแต่งการแสดงผลของแต่ละองค์ประกอบบน Desktop, Tablet และ Mobile ได้อย่างอิสระ
  • คุณสามารถกำหนดสไตล์เริ่มต้นสำหรับ Fonts, Colors และ Typography ทั่วทั้งเว็บไซต์ ทำให้การออกแบบมีความสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น
  • Theme Builder (เฉพาะ Pro) ช่วยให้คุณสามารถสร้าง Header, Footer, Single Post Template, Archive Template และส่วนอื่น ๆ ของ Theme ได้ด้วยอินเทอร์เฟซของ Elementor เอง
  • WooCommerce Builder (เฉพาะ Pro) เป็นไอเทมสำหรับเว็บไซต์ E-commerce ช่วยให้คุณสามารถสร้างหน้า Product Page, Shop Page และส่วนอื่น ๆ ของร้านค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย
  • Pop-up Builder (เฉพาะ Pro) ช่วยสร้าง Pop-up ที่สวยงามและกำหนดเป้าหมายการแสดงผลได้อย่างละเอียด เพื่อเพิ่ม Engagement และ Conversion
  • Form Builder (เฉพาะ Pro) ช่วยสร้างฟอร์มติดต่อ ฟอร์มสมัครสมาชิก และฟอร์มอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมตัวเลือกการปรับแต่งและการเชื่อมต่อกับบริการภายนอก
  • Dynamic Content (เฉพาะ Pro) ช่วยดึงข้อมูลจาก Custom Fields, ACF (Advanced Custom Fields) หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ มาแสดงผลบนหน้าเว็บได้อย่างง่ายดาย
  • Motion Effects (เฉพาะ Pro) ช่วยเพิ่ม Animation และ Effects ต่าง ๆ ให้กับองค์ประกอบบนหน้าเว็บ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับตัวเว็บมากยิ่งขึ้น
  • Elementor รองรับการทำงานร่วมกับ Plugins และบริการ Marketing ชั้นนำมากมาย

Elementor เหมาะกับใครบ้าง?

Elementor เป็นเครื่องมือที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ใช้งาน WordPress ในหลายกลุ่ม อาทิ เช่น

  • ผู้เริ่มต้นใช้งาน ด้วยอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop ที่ใช้งานง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดก็สามารถสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามและเป็นมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว
  • นักออกแบบเว็บไซต์ เพราะ Elementor มอบความยืดหยุ่นในการออกแบบที่สูงกว่า ช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ Layout ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของ Theme
  • นักพัฒนาเว็บไซต์ เพราะ Elementor จะช่วยประหยัดเวลาในการพัฒนา Front-end และยังสามารถปรับแต่งด้วย Code เองได้สำหรับผู้ที่มีความรู้ด้านเทคนิค นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Custom Widgets เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการทำงานเฉพาะได้
  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก โดย Elementor จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถสร้างและจัดการเว็บไซต์ของตนเองได้ง่าย โดยไม่ต้องพึ่งพานักพัฒนาตลอดเวลา ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและควบคุมเว็บไซต์ได้มากขึ้น
  • บล็อกเกอร์ โดย Elementor จะช่วยให้การจัดรูปแบบเนื้อหาและสร้าง Layout ที่น่าสนใจสำหรับบทความทำได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการสร้างเว็บไซต์ด้วยระบบ Drag and Drop และ Templates สำเร็จรูป Elementor จึงช่วยลดเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ลงได้อย่างมาก

Elementor มีกี่เวอร์ชั่น แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

Elementor หลัก ๆ มี 2 เวอร์ชันหลัก คือ เวอร์ชันฟรี (Free) และเวอร์ชัน Pro (เสียเงิน) ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านฟีเจอร์และความสามารถ ดังนี้

Elementor Free

Elementor เวอร์ชันฟรีเป็นปลั๊กอินพื้นฐานที่สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีจาก WordPress.org ถึงแม้จะเป็นเวอร์ชันฟรี แต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ทรงพลังเพียงพอสำหรับการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานได้อย่างสวยงาม ดังนี้

  • การปรับแต่งแบบ Drag and Drop Editor ช่วยให้คุณลากและวาง Widgets เพื่อสร้าง Layout ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
  • มี Widgets พื้นฐานให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, ปุ่ม, ไอคอน, ตัวแบ่ง, และ Spacer
  • มี Templates สำเร็จรูปให้เลือกใช้งานในจำนวนจำกัด ช่วยให้เริ่มต้นสร้างหน้าเว็บได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถปรับแต่งการแสดงผลของเว็บไซต์บน Desktop, Tablet และ Mobile ได้
  • มีบันทึกประวัติการแก้ไข ช่วยให้คุณย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้

ดาวน์โหลด Elementor เวอร์ชั่นฟรี ได้ที่ https://th.wordpress.org/plugins/elementor/

Elementor Pro

Elementor Pro เป็นเวอร์ชันเสียเงินที่มาพร้อมกับฟีเจอร์และความสามารถที่ขั้นสูงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และต้องการฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ด้วยฟีเจอร์หลากหลาย

  • ฟีเจอร์ทั้งหมดที่มีใน Elementor Pro สามารถใช้งานได้ฟรี
  • สามารถเพิ่ม Widgets ขั้นสูงได้มากมาย เช่น Post Widgets, Portfolio Widgets, Form Builder, Slides, Testimonials, Countdown, Lottie Animations, และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • สามารถสร้าง Header, Footer, Single Post Template, Archive Template และส่วนอื่น ๆ ของ Theme ได้อย่างอิสระ
  • มีฟีเจอร์ WooCommerce Builder เสริม ช่วยสร้างและปรับแต่งหน้า Product Page, Shop Page และส่วนอื่น ๆ ของร้านค้าออนไลน์ได้
  • สามารถสร้าง Pop-up ที่สวยงามและกำหนดเป้าหมายการแสดงผลได้อย่างละเอียด
  • สามารถสร้างฟอร์มที่กำหนดเองได้อย่างง่ายดาย พร้อมตัวเลือกการปรับแต่งและการเชื่อมต่อกับบริการ Marketing
  • สามารถดึงข้อมูลจาก Custom Fields (เช่น ACF) มาแสดงผลบนหน้าเว็บได้อย่างง่ายดาย
  • สามารถเพิ่ม Animation และ Effects ต่าง ๆ ให้กับองค์ประกอบบนหน้าเว็บได้
  • สามารถบันทึก Widgets ที่ปรับแต่งแล้วและนำไปใช้งานได้ทั่วทั้งเว็บไซต์ หากมีการแก้ไข Widget หลัก Widget ที่ใช้งานก็จะอัปเดตตาม
  • สามารถเข้าถึง Library ของ Templates และ Blocks ที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพและหลากหลายกว่าเวอร์ชันฟรี
  • สามารถเพิ่ม CSS ที่กำหนดเองให้กับแต่ละ Element ได้
  • รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องมือ Marketing และ CRM ชั้นนำมากมาย

ดูรายละเอียดฟีเจอร์และราคา Elementor Pro ได้ที่ https://elementor.com/pro/

สำหรับ Elementor ฟรีนี้ จะเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานที่มีดีไซน์สวยงามในระดับหนึ่ง ส่วน Elementor Pro จะเหมาะสำหรับนักออกแบบ นักพัฒนา และผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน มีฟังก์ชันขั้นสูง และต้องการควบคุมการออกแบบในทุกรายละเอียด รวมถึงผู้ที่ต้องการสร้างร้านค้าออนไลน์ด้วย WooCommerce หรือต้องการใช้งานฟังก์ชัน Theme Builder

ข้อดีของ Elementor

Elementor ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีข้อดีมากมายที่ช่วยให้การสร้างเว็บไซต์ WordPress เป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยข้อดีต่าง ๆ ดังนี้

  • ใช้งานง่ายด้วย Drag and Drop ทำให้แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค้ดก็สามารถสร้างและออกแบบหน้าเว็บได้อย่างรวดเร็วและเป็นภาพ
  • Elementor เปิดโอกาสให้คุณสร้างสรรค์ Layout ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของ Theme มากนัก
  • มี Widgets ให้เลือกใช้งานมากมาย ครอบคลุมทุกองค์ประกอบพื้นฐานและขั้นสูงที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์
  • Widgets แต่ละตัวมีตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลาย ช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และสไตล์ได้อย่างละเอียดตามต้องการ
  • มี Library ของ Templates ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ช่วยประหยัดเวลาในการออกแบบและเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
  • มีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณปรับแต่งการแสดงผลของเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่างๆ (Desktop, Tablet, Mobile) ได้อย่างสะดวก
  • ด้วยความง่ายในการใช้งานและความสามารถที่หลากหลาย Elementor ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเว็บไซต์
  • มีผู้ใช้งาน Elementor จำนวนมากและมี Resources ออนไลน์ (เช่น Tutorials, Forums) มากมาย ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้และแก้ไขปัญหา
  • ฟังก์ชันขั้นสูงในเวอร์ชัน Pro ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เช่น Theme Builder, WooCommerce Builder, Pop-up Builder และ Dynamic Content

ข้อเสียของ Elementor

ถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ Elementor ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรพิจารณา

  • การใช้ Widgets และ Styles จำนวนมากอาจส่งผลต่อความเร็วในการโหลดของเว็บไซต์ได้ หากไม่มีการ Optimize ที่ดี
  • หากคุณตัดสินใจเลิกใช้ Elementor โครงสร้างและสไตล์ของหน้าเว็บที่คุณสร้างด้วย Elementor จะหายไป ทำให้ต้องสร้างเนื้อหาใหม่หรือใช้ Plugin อื่นในการแปลง
  • แม้ว่าพื้นฐานการใช้งานจะง่าย แต่การใช้ฟังก์ชันขั้นสูงทั้งหมดของ Elementor Pro อาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจ
  • ฟังก์ชันขั้นสูงที่น่าสนใจส่วนใหญ่อยู่ใน Elementor Pro ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายปี
  • แม้ว่า Elementor จะทำงานได้ดีกับ Themes ส่วนใหญ่ แต่ก็อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับ Themes บางตัวที่ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับ Page Builder

Elementor ทำงานร่วมกับ theme อะไรได้บ้าง?

elementor ทำงานอย่างไร

โดยหลักการแล้ว Elementor สามารถทำงานร่วมกับ WordPress Theme ได้เกือบทุก Theme เนื่องจาก Elementor จะเข้ามาจัดการในส่วนของ “Content Area” ของหน้าเว็บเป็นหลัก โดยที่ Theme จะควบคุมโครงสร้างหลักของเว็บไซต์ เช่น Header, Footer, Sidebar และ Styles พื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ก็มี Themes บางประเภทที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ Elementor ได้อย่างราบรื่นเป็นพิเศษ และมักจะได้รับการแนะนำให้ใช้ นั่นก็คือ Themes ที่ออกแบบมาเพื่อ Page Builder ที่มักจะมีโครงสร้างที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น และมีตัวเลือกการปรับแต่งน้อย เพื่อให้ Elementor สามารถควบคุมการออกแบบได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น

  • Hello Elementor เป็น Theme ฟรีอย่างเป็นทางการจากทีม Elementor เอง มีขนาดเล็กและเน้นความเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างทุกอย่างด้วย Elementor
  • Astra เป็น Theme ยอดนิยมที่มีทั้งเวอร์ชันฟรีและ Pro มีความเร็วสูงและมีตัวเลือกการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น รองรับ Elementor ได้อย่างดี
  • GeneratePress เป็นอีกหนึ่ง Theme ที่เน้นความเร็วและมีโครงสร้างที่สะอาด รองรับการทำงานร่วมกับ Elementor ได้ดีเยี่ยม
  • OceanWP เป็น Theme ฟรีที่มีฟีเจอร์หลากหลายและเข้ากันได้ดีกับ Elementor

Elementor เหมาะกับทำเว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง?

ด้วยความยืดหยุ่นและฟีเจอร์ที่หลากหลาย Elementor จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเว็บไซต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่เว็บไซต์พื้นฐานไปจนถึงเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อนสูง ตัวอย่างเช่น

  • เว็บไซต์ธุรกิจ เพื่อสร้างหน้า Landing Page ที่น่าดึงดูด, หน้าเกี่ยวกับบริษัท, หน้าบริการ, หน้าติดต่อ และอื่น ๆ เพื่อนำเสนอธุรกิจของคุณอย่างมืออาชีพ
  • เว็บไซต์ส่วนตัวและบล็อก เพราะมีการออกแบบ Layout ที่สวยงามและอ่านง่ายสำหรับบล็อกของคุณ หรือสร้าง Portfolio ส่วนตัวเพื่อแสดงผลงานของคุณ
  • เว็บไซต์ E-commerce ด้วยฟังก์ชัน WooCommerce Builder ใน Elementor Pro จะช่วยให้คุณสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ที่สวยงามและใช้งานง่ายได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • เว็บไซต์ข่าวและนิตยสาร เนื่องจากสามารถจัด Layout เนื้อหาที่ซับซ้อนและนำเสนอข่าวสารได้อย่างน่าสนใจ
  • เว็บไซต์ Landing Page สร้างหน้าโปรโมชั่นหรือแคมเปญการตลาดที่เน้นการแปลงผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้า
  • เว็บไซต์สมัครสมาชิก เนื่องจากสามารถสร้างฟอร์มสมัครสมาชิกและจัดการเนื้อหาสำหรับสมาชิกได้อย่างง่ายดาย
  • เว็บไซต์สำหรับโปรโมทกิจกรรม พร้อมรายละเอียด ตารางเวลา และแบบฟอร์มลงทะเบียน

Elementor ราคาเท่าไหร่?

Elementor เป็นปลั๊กอินสร้างหน้าสำหรับ WordPress ที่มีทั้งเวอร์ชันฟรี และเวอร์ชัน Pro (เสียเงิน) โดยเวอร์ชันฟรีนั้นมีฟีเจอร์พื้นฐานเพียงพอสำหรับการสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามในระดับหนึ่ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงและเข้าถึงฟีเจอร์ขั้นสูง Elementor Pro จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับ elementor pro ราคานั้น จะแตกต่างกันไปตามแผนการใช้งานที่คุณเลือก โดยมีหลายแผนให้เลือกตามจำนวนเว็บไซต์ที่คุณต้องการใช้งานและฟีเจอร์เพิ่มเติมที่มาพร้อมกับแต่ละแผน เริ่มต้นตั้งแต่แผนสำหรับ 1 เว็บไซต์ ไปจนถึงแผนสำหรับเอเจนซีที่รองรับการใช้งานหลายเว็บไซต์พร้อมเครื่องมือและสิทธิ์การใช้งานที่มากขึ้น

วิธีการติดตั้ง Elementor ใน WordPress

การติดตั้ง elementor plugin ใน WordPress

การติดตั้ง Elementor ใน WordPress นั้นทำได้ไม่ยากเลย ดังนี้

  1. ล็อกอินเข้าสู่ WordPress Dashboard
  2. ไปที่เมนู Plugins ด้านซ้ายมือ แล้วคลิก Add New
  3. ในช่องค้นหา ให้พิมพ์คำว่า Elementor
  4. คุณจะเห็นปลั๊กอิน Elementor Website Builder จากนั้นให้คลิกปุ่ม Install Now
  5. เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ปุ่มจะเปลี่ยนเป็น Activate ให้คลิกปุ่ม Activate เพื่อเปิดใช้งาน Elementor บนเว็บไซต์คุณ

วิธีใช้ Elementor ใน WordPress

เมื่อติดตั้งและเปิดใช้งาน Elementor แล้ว คุณสามารถเริ่มใช้งานได้ดังนี้

  • ทำการสร้างหน้าใหม่ หรือแก้ไขหน้าที่มีอยู่ ใน WordPress
  • เมื่ออยู่ในหน้าแก้ไข คุณจะเห็นปุ่ม Edit with Elementor ด้านบน ให้คลิกที่ปุ่มนี้เพื่อเข้าสู่ Elementor Editor
  • Elementor Editor จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ
  • Panel ด้านซ้าย เป็นส่วนที่คุณจะพบกับ Widgets ต่าง ๆ, Sections, Templates และตัวเลือกการปรับแต่ง
  • พื้นที่แสดงผลด้านขวา เป็นพื้นที่ที่คุณจะเห็นหน้าเว็บของคุณแบบเรียลไทม์ขณะที่คุณกำลังออกแบบ
  • การเพิ่มองค์ประกอบ (Widgets) จาก Panel ด้านซ้าย ให้คลิกเลือก และลาก Widgets ที่คุณต้องการ (เช่น Heading, Text Editor, Image, Button) มาวางในพื้นที่แสดงผลด้านขวา
  • ก่อนที่จะเพิ่ม Widgets คุณอาจต้องการเพิ่ม Sections เพื่อแบ่งหน้าออกเป็นส่วน ๆ และ Columns เพื่อจัดเรียง Widgets ในแต่ละ Section ทั้งนี้คุณสามารถปรับจำนวนและขนาดของ Columns ได้
  • เมื่อคุณเลือก Widget หรือ Section แล้ว คุณจะเห็นตัวเลือกการปรับแต่งใน Panel ด้านซ้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น Tab ต่าง ๆ เช่น Content, Style และ Advanced คุณสามารถปรับเปลี่ยนข้อความ รูปภาพ สี ขนาด ตัวอักษร ระยะขอบ และอื่น ๆ ได้ตามต้องการ
  • หากคุณต้องการเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว Elementor มี Library ของ Templates สำเร็จรูปให้คุณเลือกใช้งาน เพียงคลิกที่ไอคอน Folder ตรงกลางด้านบนของพื้นที่แสดงผล แล้วเลือก Template ที่คุณชอบและนำเข้า
  • เมื่อคุณออกแบบหน้าเว็บเสร็จแล้ว ให้คลิกปุ่ม Save Draft เพื่อบันทึกฉบับร่าง หรือคลิกปุ่ม Publish เพื่อเผยแพร่หน้าเว็บของคุณ

วิธีใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงใน Elementor

Elementor Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ขั้นสูงมากมายที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น อาทิเช่น

Widget

มากกว่า 100 widget elementor ให้เลือกใช้

ใน Elementor Pro จะมี Widgets เพิ่มเติมที่ทรงพลัง เช่น

  • Post Widgets แสดงรายการโพสต์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Grid, Carousel
  • Portfolio Widgets แสดงผลงานของคุณอย่างสวยงาม
  • Form Builder สร้างฟอร์มติดต่อและฟอร์มอื่น ๆ ที่ปรับแต่งได้
  • Slides สร้างสไลด์โชว์ที่น่าสนใจ
  • Testimonials แสดงคำรับรองจากลูกค้า
  • Countdown สร้างตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับโปรโมชั่น
  • Lottie Animations เพิ่มแอนิเมชั่นที่สวยงามให้กับเว็บไซต์

ดู Widget ทั้งหมดของ Elementor ได้ที่ https://elementor.com/widgets/

Single Post

Elementor Pro ช่วยให้คุณสร้าง Layout ที่กำหนดเองสำหรับหน้า Single Post ของคุณได้ โดยคุณสามารถออกแบบโครงสร้างการแสดงผลของบทความได้อย่างอิสระ รวมถึงการจัดวาง Featured Image, Title, เนื้อหา และ Meta Data ได้ด้วย

Theme Builder

ฟีเจอร์ Theme Builder ของ Elementor

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ Elementor Pro ที่ช่วยให้คุณสร้าง Header, Footer, Single Post Template, Archive Template, Search Results Page และส่วนอื่น ๆ ของ Theme ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ช่วยให้คุณสามารถออกแบบทุกส่วนของเว็บไซต์ด้วยอินเทอร์เฟซของ Elementor เอง

Global Settings

สามารถกำหนดสไตล์เริ่มต้นสำหรับ Fonts, Colors, Typography และ Global CSS ได้ทั่วทั้งเว็บไซต์ ช่วยให้การออกแบบมีความสอดคล้องกันและง่ายต่อการจัดการ

Pop-up

ฟีเจอร์ popup ของ elementor

สามารถสร้าง Pop-up ที่สวยงามและกำหนดเป้าหมายการแสดงผลได้อย่างละเอียด เพื่อเพิ่ม Engagement, รวบรวม Email หรือโปรโมทข้อเสนอพิเศษ

Single Product

สำหรับเว็บไซต์ WooCommerce จะมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณปรับแต่ง Layout ของหน้าสินค้าได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการจัดวางรูปภาพ ชื่อสินค้า ราคา คำอธิบาย และส่วนอื่น ๆ

WooCommerce Builder

ฟีเจอร์ WooCommerce Builder ของ Elementor

อีกทั้ง Elementor Pro ยังช่วยให้คุณสร้างและปรับแต่งหน้า Shop Page, Product Archive และส่วนอื่น ๆ ของร้านค้าออนไลน์ WooCommerce ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คุณสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ของร้านค้าได้อย่างเต็มที่

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Elementor

Elementor กับ gutenberg ต่างกันอย่างไร?

Elementor เป็น Page Builder Plugin สำหรับ WordPress ที่เน้นการออกแบบด้วยอินเทอร์เฟซแบบ Drag and Drop ที่มีความยืดหยุ่นสูง มี Widgets และ Templates สำเร็จรูปมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการออกแบบในทุกรายละเอียดโดยไม่ต้องเขียนโค้ด มีให้ใช้ทั้งเวอร์ชันฟรีและเสียเงิน (Pro)

Gutenberg เป็น Block Editor ที่มาพร้อมกับ WordPress ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 เป็นตัวแก้ไขเนื้อหาหลักที่ใช้ระบบ Blocks ในการสร้างและจัดการคอนเทนต์ มีความเรียบง่ายและเน้นการสร้างเนื้อหาที่เป็นโครงสร้าง ทำงานได้รวดเร็ว และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนา Full Site Editing ที่สำคัญสามารถใช้งานได้ฟรี

สรุปแล้ว Elementor จะเน้นการออกแบบขั้นสูงและมีความยืดหยุ่น ส่วน Gutenberg จะเน้นความเรียบง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของ WordPress Core ที่สามารถใช้งานได้ฟรี

Elementor ใช้ฟรีได้ไหม?

ได้ Elementor มีเวอร์ชันฟรีที่สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้จาก WordPress.org โดยเวอร์ชันฟรีจะมีฟีเจอร์พื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามในระดับหนึ่ง เช่น อินเทอร์เฟซ Drag and Drop, Widgets พื้นฐาน (ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, ปุ่ม), และ Templates ฟรีจำนวนจำกัด

Elementor ทำ SEO ได้ดีไหม?

โดยทั่วไป Elementor ไม่ได้ส่งผลเสียต่อ SEO และสามารถใช้งานร่วมกับหลักการ SEO ได้ดี เนื่องจาก Elementor สร้างโครงสร้าง HTML ที่สะอาดและรองรับ Responsive Design ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อ SEO นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Plugins SEO ยอดนิยม เช่น Yoast SEO และ Rank Math ได้อย่างราบรื่น ทำให้คุณสามารถปรับแต่ง Meta Title, Description, Keywords และอื่น ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ประสิทธิภาพ SEO ของเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Elementor ก็จะขึ้นอยู่กับการ Optimize โดยรวมของเว็บไซต์ด้วยนั่นเอง

Elementor ช่วยปรับแต่ง Responsive ได้ดีจริงไหม?

Elementor มีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณปรับแต่งการแสดงผลของเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ (Desktop, Tablet, Mobile) ได้อย่างสะดวก โดยคุณสามารถดูตัวอย่างการแสดงผล บนแต่ละอุปกรณ์ได้โดยตรงใน Editor สามารถปรับขนาดตัวอักษร ระยะขอบ ระยะห่าง และการจัดวางของแต่ละองค์ประกอบให้เหมาะสมกับแต่ละหน้าจอได้ อีกทั้งยังสามารถซ่อนหรือแสดงผล บางองค์ประกอบเฉพาะบนอุปกรณ์บางประเภท ทำให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ที่ตอบสนองต่อทุกขนาดหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Elementor ทำงานกับ Plugin WordPress อื่นๆ ได้หรือไม่?

Elementor ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ Plugins WordPress อื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึง

  • Plugins SEO เช่น Yoast SEO, Rank Math
  • Plugins Caching เพื่อเพิ่มความเร็วเว็บไซต์
  • Plugins Contact Form เช่น Contact Form 7, WPForms
  • Plugins Security เพื่อปกป้องเว็บไซต์ของคุณ
  • Plugins WooCommerce สำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์ (Elementor Pro มีฟีเจอร์ WooCommerce Builder โดยเฉพาะ)

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หาก Plugin นั้นได้รับการพัฒนาตามมาตรฐาน WordPress ก็มักจะสามารถใช้งานร่วมกับ Elementor ได้ด้วยนั่นเอง

Elementor ใช้แล้วทำให้เว็บไซต์ช้าลง หรือไม่?

ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์เมื่อใช้งาน Elementor เป็นอย่างไร copy

หากไม่มีการ Optimize ที่ดี การใช้ Widgets และ Styles จำนวนมากใน Elementor อาจส่งผลต่อความเร็วในการโหลดของเว็บไซต์ได้ อย่างไรก็ตามคุณสามารถปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Elementor ได้โดย

  • Optimize ขนาดรูปภาพ
  • ใช้ Plugins Caching
  • เลือก Hosting ที่มีประสิทธิภาพ (บทความแนะนำ WordPress Hosting คืออะไร? ที่ไหนดี)
  • หลีกเลี่ยงการใช้ Widgets ที่ไม่จำเป็นมากเกินไป
  • ใช้ Elementor Experiments (ในส่วน Advanced) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ

หากมีการ Optimize ที่ดี ก็จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณทั้งสวยงามและดาวน์โหลดได้เร็วด้วย ดูแนวทางการปรับแต่งเว็บไซต์ Elementor ให้โหลดเร็วได้ที่ https://elementor.com/help/speed-up-a-slow-site/

สรุป

Elementor คือ ปลั๊กอินสร้างหน้า WordPress ยอดนิยม ใช้งานง่ายแบบ Drag and Drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างเว็บไซต์สวยงามและตอบโจทย์ในด้านการทำ SEO

ซึ่ง Elementor ก็มีให้เลือกใช้ 2 เวอร์ชันหลัก คือแบบฟรี สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป และแบบ Pro (เสียเงิน) ที่มีฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Theme Builder และ WooCommerce Builder

หากคุณต้องการสร้างหรือปรับปรุงเว็บไซต์ WordPress ด้วย Elementor ให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ Dot Plus Plus พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านการทำเว็บไซต์อย่างครบวงจร ติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ใหม่ของคุณได้เลย!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สายด่วน : 095-953-7524
Facebook : Dot Plus Plus บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress
Line : @DotPlusPlus
Email : dotplusplus.design@gmail.com

อ้างอิง
Ben Pines. (Oct 24, 2021). How To Use Elementor in WordPress? Complete Guide. https://elementor.com/blog/what-is-elementor-for-wordpress/

dotplusplus logo
Dot Plus Plus เราเป็นบริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress ที่ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา ตลอดไปจนการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์แบบครบวงจร
บริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress
dbd เครื่องหมายยืนยันการค้า
เมนูหลัก
บริการของเรา
  • รับทำเว็บไซต์ WordPress
  • รับทำเว็บไซต์บริษัท
  • รับทำเว็บไซต์คลินิกความงาม
  • รับทำเว็บไซต์ Ecommerce
ติดต่อเรา
บริษัท มุ่ง มั่น มี จำกัด
ที่อยู่ : คอนโดตวันนาเรสซิเดนซ์ 2 122/20 ตึกC ซอย วิภาวดีรังสิต 17 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ
  • จันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 18.00 น.
  • โทร 095-953-7524
นโยบายความเป็นส่วนตัว
Copyright ©2025 DotPlusPlus All Rights Reserved.