dotplusplus logo
dotplusplus logo

Yoast SEO คืออะไร? ดีอย่างไร พร้อมบอกวิธีใช้งานแบบมือใหม่

Yoast SEO คืออะไร ดีจริงไหม

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ในโลกของการทำ SEO ที่ซับซ้อน การมีเครื่องมือดี ๆ มาช่วยทุ่นแรงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แล้วถ้าพูดถึงปลั๊กอิน SEO สำหรับ WordPress หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อ “Yoast SEO” เป็นอย่างดี แต่ Yoast SEO คืออะไร? มีดีอย่างไร และจะเริ่มต้นใช้งานยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับมือใหม่? บทความนี้มีคำตอบ!

รู้จัก! Yoast SEO คืออะไร?

Yoast SEO คืออะไร

Yoast SEO คือ ปลั๊กอิน WordPress ยอดนิยมที่ช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งเนื้อหาให้ติดอันดับการค้นหา จัดการ Technical SEO หรือสร้าง Sitemap สำหรับ Google ปลั๊กอินตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำ SEO ได้ด้วยตัวเอง แม้จะไม่มีความรู้เชิงลึกด้านเทคนิคมาก่อน
โดย Yoast SEO มีฟังก์ชันที่หลากหลาย ตั้งแต่การวิเคราะห์คำหลัก (Keyword Analysis), การปรับแต่ง Meta Description และ Title Tag, การสร้าง XML Sitemaps ไปจนถึงการจัดการ Breadcrumbs และการทำ Redirects ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยให้ Google เข้าใจและจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณได้ดีขึ้น

Yoast SEO เหมาะกับเว็บไซต์ประเภทไหน?

Yoast SEO เป็นปลั๊กอินที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับเว็บไซต์ WordPress แทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เช่น

  • บล็อกส่วนตัว (Personal Blogs) ช่วยให้บล็อกเกอร์สามารถปรับแต่งบทความให้ติดอันดับการค้นหาได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของผู้อ่าน
  • เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small to Medium Businesses) ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำ SEO เว็บไซต์ของตนเองได้ เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มการมองเห็นใน Search Engine
  • ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce Stores) เพราะ Yoast SEO มีฟังก์ชันที่รองรับ WooCommerce ซึ่งช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถปรับแต่งหน้าสินค้าและหมวดหมู่สินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายได้
  • เว็บไซต์ข่าวและนิตยสารออนไลน์ (News and Magazine Websites) ช่วยจัดการโครงสร้างเว็บไซต์และการทำ SEO สำหรับเนื้อหาจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฟรีแลนซ์และเอเจนซี่ (Freelancers and Agencies) ถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการสร้างและดูแลเว็บไซต์ SEO ให้กับลูกค้า

ข้อดีของ Yoast SEO มีประโยชน์อะไรบ้าง?

Yoast SEO มีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นเรื่องง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยวิเคราะห์ SEO ในหน้าเว็บ (On-Page SEO Analysis) และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง เช่น การใช้คำหลัก, ความยาวของเนื้อหา, การใช้หัวข้อ, และการเชื่อมโยงภายใน (Internal Linking)
  • ช่วยให้คุณสามารถแก้ไข Title Tag และ Meta Description ที่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คุณควบคุมข้อความที่ผู้ใช้เห็นก่อนคลิกเข้าชมได้ จึงเพิ่มโอกาสสร้างแรงดึงดูดใจในการเข้าชมเว็บไซต์
  • Yoast SEO จะสร้างและอัปเดต XML Sitemap ให้คุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ Search Engine ค้นพบและจัดทำดัชนีหน้าเว็บของคุณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยจัดการ Canonical URLs ป้องกันปัญหาเนื้อหาซ้ำซ้อน โดยการระบุ Canonical URL ที่ถูกต้อง ทำให้ Search Engine เข้าใจว่าหน้าไหนคือต้นฉบับ
  • ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าการเปลี่ยนเส้นทาง (301 Redirects) เมื่อมีการเปลี่ยน URL หรือลบหน้าเว็บ เพื่อไม่ให้เกิดหน้า 404 Not Found ซึ่งส่งผลเสียต่อ SEO
  • การควบคุมการจัดทำดัชนี (Indexation Control) ช่วยให้คุณสามารถกำหนดได้ว่าหน้าใดควรถูกจัดทำดัชนีโดย Search Engine และหน้าใดไม่ควรถูกจัดทำดัชนี (เช่น หน้าแท็กที่ไม่มีประโยชน์)
  • ช่วยให้คุณสามารถกำหนดรูปภาพและข้อความที่จะแสดงเมื่อมีการแชร์หน้าเว็บของคุณบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook และ Twitter
  • ให้คำแนะนำที่เข้าใจง่าย ด้วยสัญญาณไฟเขียว เหลือง แดง พร้อมคำอธิบายที่ชัดเจน ทำให้แม้แต่มือใหม่ก็สามารถเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้

วิธีการติดตั้ง Yoast SEO

วิธีติดตั้ง Plugin Yoast Seo ใน WordPress

การติดตั้ง Yoast SEO บนเว็บไซต์ WordPress นั้นทำได้ง่ายมาก เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. เข้าสู่ระบบผู้ดูแลระบบของเว็บไซต์ WordPress ของคุณ (โดยทั่วไปคือ yourdomain.com/wp-admin)
  2. ไปที่เมนู “Plugins” (ปลั๊กอิน) ที่เมนูด้านซ้ายมือ ให้คลิกที่ “Plugins” (ปลั๊กอิน) จากนั้นเลือก “Add New” (เพิ่มปลั๊กอินใหม่)
  3. ค้นหา Yoast SEO ที่ช่องค้นหา (Search plugins…) ด้านขวาบน ให้พิมพ์ “Yoast SEO”
  4. เมื่อปลั๊กอิน Yoast SEO แสดงขึ้นบนหน้าจอ ให้คุณกดที่ปุ่ม “Install Now” เพื่อเริ่มการติดตั้งทันที
  5. หลังจากติดตั้งเสร็จ ปุ่ม “Install Now” จะเปลี่ยนเป็น “Activate” (เปิดใช้งาน) ให้คลิกที่ปุ่มนี้เพื่อเปิดใช้งานปลั๊กอิน
  6. เมื่อเปิดใช้งานแล้ว คุณจะเห็นเมนู “SEO” ใหม่ปรากฏขึ้นมาที่เมนูด้านซ้ายมือใน WordPress Dashboard ซึ่งเป็นเมนูสำหรับตั้งค่าและใช้งาน Yoast SEO
  7. หลังจากติดตั้งและเปิดใช้งาน Yoast SEO แล้ว คุณก็พร้อมที่จะเริ่มต้นปรับแต่ง SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ทันที!

แนวทางตั้งค่า Yoast SEO แบบพื้นฐาน

หลังจากติดตั้ง Yoast SEO แล้ว ให้ทำการตั้งค่าพื้นฐานก่อน ซึ่งจะช่วยให้ปลั๊กอินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้

  1. เมื่อคุณติดตั้ง Yoast SEO เป็นครั้งแรก จะมีตัวช่วยตั้งค่า (Configuration Wizard) ให้คุณทำตามขั้นตอน ซึ่งจะช่วยแนะนำการตั้งค่าที่สำคัญ เช่น ประเภทของเว็บไซต์, ข้อมูลองค์กร/บุคคล, การตั้งค่าการจัดทำดัชนี (Indexation) และอื่น ๆ เพื่อให้เริ่มต้นการทำงานได้อย่างถูกต้อง
  2. ตั้งค่า General Settings ในเมนู SEO > General เช่น
    • Features เปิด/ปิดฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Yoast SEO ที่คุณต้องการใช้งานหรือไม่ต้องการ
    • Webmaster Tools ยืนยันสิทธิ์การเป็นเจ้าของเว็บไซต์กับเครื่องมือ Webmaster Tools ของ Google, Bing, Yandex เป็นต้น
  3. ตั้งค่า Search Appearance (SEO > Search Appearance) ส่วนนี้สำคัญมากสำหรับการควบคุมว่าเนื้อหาของคุณจะปรากฏในผลการค้นหาของ Google อย่างไร? ซึ่งสามารถกำหนดได้ดังนี้
    • General กำหนดตัวคั่น Title (Title Separator) และตั้งค่า Force Rewrite Titles (ปกติไม่ต้องเปิด)
    • Content Types กำหนดว่าหน้า, โพสต์, หรือประเภทเนื้อหาอื่น ๆ ควรถูกจัดทำดัชนีหรือไม่ และตั้งค่ารูปแบบของ Title และ Meta Description เริ่มต้นให้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ
    • Media แนะนำให้เลือก “Yes” สำหรับ “Redirect attachment URLs to the attachment itself?” เพื่อป้องกันปัญหาเนื้อหาซ้ำซ้อน
    • Taxonomies ตั้งค่าการจัดทำดัชนีสำหรับหมวดหมู่ (Categories), แท็ก (Tags) และ Taxonomy อื่นๆ
    • Archives ตั้งค่าการจัดทำดัชนีสำหรับหน้าเก็บถาวร (Archive Pages) เช่น หน้าผู้เขียน, หน้าวันที่
    • Breadcrumbs ให้เปิดใช้งาน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้และ Search Engine เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณ
  4. ตั้งค่า Social (SEO > Social) เชื่อมต่อเว็บไซต์ของคุณกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Facebook, Twitter เพื่อควบคุมการแสดงผลเมื่อมีการแชร์ลิงก์
  5. ตั้งค่า Tools (SEO > Tools) ได้แก่เหล่าเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น File editor สำหรับแก้ไข robots.txt และ .htaccess, Bulk editor สำหรับแก้ไข Title/Description จำนวนมาก, และ Import/Export สำหรับย้ายข้อมูล SEO

แนะนำวิธีใช้งาน Yoast SEO แบบมือใหม่เข้าใจง่าย

Yoast SEO มีส่วนช่วยให้คุณปรับแต่งบทความหรือหน้าเว็บแต่ละหน้าให้เหมาะสมกับการทำ SEO ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนของ SEO Analysis และ Readability Analysis ที่จะปรากฏอยู่ใต้ Editor ของ WordPress (Block Editor หรือ Classic Editor) เมื่อคุณสร้างหรือแก้ไขโพสต์/หน้าเว็บ โดยมีวิธีการใช้งานได้ไม่ยาก ดังนี้

1. บทความ SEO ต้องมี Keyword ชัดเจน 1 คำ

สิ่งแรกที่คุณควรทำ คือ กำหนด Focus Keyword (หรือ Keyphrase) สำหรับแต่ละบทความหรือหน้าเว็บ Yoast SEO ซึ่งจะมีช่องให้คุณกรอก Focus Keyword นี้ และจะใช้คำนี้ในการวิเคราะห์เนื้อหาของคุณ

2. ใน URL ต้องมี Keyword ประกอบ

Slug (URL Permalinks) ของบทความควรมี Focus Keyword ที่คุณตั้งไว้ เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร และทำให้ผู้ใช้จดจำเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น โดย Yoast SEO จะมีช่องให้คุณแก้ไข Slug ได้โดยตรง

3. Focus Keyword ต้องวางไว้ที่คำแรกของชื่อบทความ

คุณต้องพยายามให้ Focus Keyword ปรากฏเป็นคำแรก ๆ ใน Title ของบทความ (หรือหน้าเว็บ) เพื่อให้ Search Engine ให้ความสำคัญกับคำนั้นมากขึ้น

4. Title บทความต้องพอดี ที่อ่านแล้วเข้าใจทันที

SEO Title คือ ชื่อเรื่องที่จะปรากฏในผลการค้นหาของ Google Yoast SEO โดยจะมีช่องให้คุณแก้ไข SEO Title โดยตรง และจะมีแถบสีแสดงถึงความยาวที่เหมาะสม หากยาวหรือสั้นเกินไป ควรปรับแก้ให้มีความยาวที่พอดี และสื่อความหมายได้ชัดเจน

5. Meta Description ต้องปรากฏคำ Keyword

Meta Description คือคำอธิบายสั้น ๆ ที่ปรากฏใต้ Title ในผลการค้นหา โดยควรเขียน Meta Description ที่ดึงดูดใจ มี Focus Keyword อยู่ในนั้น และมีความยาวที่เหมาะสม ซึ่ง Yoast SEO จะมีแถบสีเขียวบอกความยาวที่พอดีให้ด้วยเช่นกัน

6. รูปภาพประกอบบทความ ต้องใส่ Alt Text ของรูปภาพเป็นคำ Keyword

เมื่ออัปโหลดรูปภาพ ให้ใส่ Alt Text (Alternative Text) ที่อธิบายรูปภาพนั้น ๆ และควรมี Focus Keyword ของบทความรวมอยู่ด้วย เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาของรูปภาพ และยังดีต่อการเข้าถึงของผู้พิการทางสายตาอีกด้วย

7. Focus Keyword ต้องปรากฏอยู่บนหัวข้อประเภท หรือ อย่าให้ขาด

ควรใช้ Focus Keyword อย่างน้อยหนึ่งครั้งในหัวข้อรอง (Subheadings) ประเภท หรือ ภายในเนื้อหาบทความของคุณ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของคำนั้นต่อ Search Engine และช่วยให้เนื้อหามีโครงสร้างที่ดีขึ้น

8. ต้องมีทั้ง External Link

ควรมี External Link (ลิงก์ออกนอกเว็บไซต์) ไปยังแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคุณ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบทความของคุณเอง ซึ่ง Yoast SEO ก็จะช่วยตรวจจับให้ด้วยเช่นกันว่าคุณมี External Link แล้วหรือไม่? ซึ่งเป็นการเตือนสติให้คุณไม่ลืมที่จะใส่ External Link แทรกไปด้วยในแต่ละหน้าด้วยนั่นเอง

9. Internal Links สิ่งที่ห้ามลืม

Internal Link (ลิงก์ภายในเว็บไซต์) คือ ลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยังหน้าอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ของคุณเอง การทำ Internal Link ที่ดีจะช่วยให้ Search Engine ค้นพบหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานขึ้นด้วย โดย Yoast SEO จะมีส่วนที่ช่วยแนะนำ Internal Link ที่เกี่ยวข้องให้กับบทความนั้น ๆ ให้กับคุณ

10. ความถี่ของ Keyword ที่ดี ไม่ควรเกิน 2.5 % ของ Text ทั้งหมด

Keyword Density (ความหนาแน่นของ Keyword) ไม่ควรมากเกินไป ซึ่ง Yoast SEO จะช่วยคำนวณให้ว่า Focus Keyword ของคุณปรากฏกี่ครั้งและคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาทั้งหมด โดยทั่วไปความถี่ที่ดีควรอยู่ที่ประมาณ 0.5% – 2.5% เพื่อหลีกเลี่ยงการทำ Keyword Stuffing

11. ความยาวเนื้อหาของบทความ มากกว่า 300 คำ

บทความควรมีความยาวอย่างน้อย 300 คำ เพื่อให้มีเนื้อหาที่เพียงพอสำหรับ Search Engine ในการทำความเข้าใจและจัดอันดับ โดย Yoast SEO ก็ยังสามารถช่วยนับจำนวนคำในบทความให้กับคุณได้ด้วยเช่นกัน

12. มี Keyword ปรากฏอยู่ที่ย่อหน้าแรก

ควรให้ Focus Keyword ปรากฏอยู่ในย่อหน้าแรกของบทความ เพื่อบอกให้ Search Engine และผู้อ่านทราบอย่างรวดเร็วว่าบทความนี้เกี่ยวกับอะไร

13. บทความต้องจัดเนื้อหาให้อ่านง่าย มี UX ที่ดี

Yoast SEO จะมีส่วนที่เรียกว่า “Readability Analysis” ที่จะช่วยวิเคราะห์ว่าเนื้อหาของคุณอ่านง่ายหรือไม่ โดยจะดูจาก

  • ความยาวของประโยค ซึ่งไม่ควรยาวมากจนเกินไป
  • การใช้หัวข้อ (Subheadings) โดยควรมีการแบ่งเนื้อหาด้วยหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้อ่านง่าย
  • การใช้ประโยคขึ้นต้นด้วยคำที่เชื่อมโยงกัน (Transition words) เช่น “ดังนั้น”, “อย่างไรก็ตาม”, “นอกจากนี้” ช่วยให้เนื้อหาไหลลื่นและเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการปรับปรุง Readability จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดี (UX) ซึ่งส่งผลดีต่อ SEO ได้เช่นกัน

14. อย่าลืมทำ Social Markup

ใน Yoast SEO คุณสามารถตั้งค่า Social Markup สำหรับ Facebook (Open Graph) และ Twitter Cards ได้ ช่วยให้คุณควบคุมว่าลิงก์บทความของคุณจะปรากฏอย่างไรเมื่อมีการแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น รูปภาพพรีวิว, ชื่อเรื่อง และคำอธิบาย ซึ่งการตั้งค่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อมีการแชร์และดึงดูดคลิกได้มากยิ่งขึ้น

สรุป

Yoast SEO คือปลั๊กอินอันทรงประสิทธิภาพที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ใช้ WordPress ทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หากต้องการยกระดับ SEO ของเว็บไซต์ให้โดดเด่นในผลการค้นหา เครื่องมือนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ On-Page SEO แบบเรียลไทม์ พร้อมคำแนะนำในการปรับปรุง ไปจนถึงฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการด้านเทคนิค เช่น การสร้าง Sitemap และปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะกับ Search Engine โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิคมาก่อน เพียงทำตามขั้นตอนที่แนะนำในบทความนี้ คุณก็สามารถเพิ่มโอกาสให้เนื้อหาและหน้าเว็บของคุณปรากฏบนอันดับต้น ๆ ของการค้นหาใน Google ได้แล้ว

หากคุณต้องการเว็บไซต์ที่ได้รับการปรับแต่ง SEO มาอย่างดี และพร้อมสำหรับการแข่งขันในโลกออนไลน์ DotPlusPlus ยินดีให้บริการรับทำเว็บไซต์คุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และการ SEO เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สายด่วน : 095-953-7524
Facebook : Dot Plus Plus บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress
Line : @DotPlusPlus
Email : dotplusplus.design@gmail.com

อ้างอิง
Camille Cunningham. (25 March 2025). What is SEO (Search Engine Optimization)? https://yoast.com/what-is-seo/
Sean Collins. (Oct 14, 2024). Yoast SEO: A Beginner’s Guide to the WordPress Plugin. https://www.semrush.com/blog/yoast-seo/

dotplusplus logo
Dot Plus Plus เราเป็นบริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress ที่ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา ตลอดไปจนการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์แบบครบวงจร
บริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress
dbd เครื่องหมายยืนยันการค้า
เมนูหลัก
บริการของเรา
  • รับทำเว็บไซต์ WordPress
  • รับทำเว็บไซต์บริษัท
  • รับทำเว็บไซต์คลินิกความงาม
  • รับทำเว็บไซต์ Ecommerce
ติดต่อเรา
บริษัท มุ่ง มั่น มี จำกัด
ที่อยู่ : คอนโดตวันนาเรสซิเดนซ์ 2 122/20 ตึกC ซอย วิภาวดีรังสิต 17 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ
  • จันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 18.00 น.
  • โทร 095-953-7524
นโยบายความเป็นส่วนตัว
Copyright ©2025 DotPlusPlus All Rights Reserved.