
การเลือกระหว่าง Wix และ WordPress สำหรับสร้างเว็บไซต์ในปี 2026 ยังคงเป็นคำถามยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีหน้าเว็บเป็นของตัวเอง คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกันชัดเจน บางคนเหมาะกับ Wix บางคนเหมาะกับ WordPress การตัดสินใจว่าควรเลือกใช้อันไหนจึงขึ้นอยู่กับความต้องการ ทักษะ และเป้าหมายระยะยาวของแต่ละคน
บทความนี้ Dot Plus Plus ผู้ให้บริการออกแบบเว็บไซต์ WordPress จะพาไปทำความเข้าใจและเปรียบเทียบระหว่าง Wix กับ WordPress ทีละด้าน ตั้งแต่ความง่ายในการใช้งาน ความยืดหยุ่น ราคา ไปจนถึงความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้คุณเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
สารบัญบทความ

Wix คือแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป (Website Builder) ที่เน้นความง่ายในการใช้งาน จุดขายคือความเร็ว ด้วยระบบลากวาง (Drag-and-Drop) ผู้ใช้สามารถสร้างและปรับแต่งเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Wix มีเทมเพลตให้เลือกกว่า 900 แบบ ครอบคลุมธุรกิจและวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย พร้อมเครื่องมือและฟีเจอร์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเปิดเว็บไซต์ นอกจากเวอร์ชันมาตรฐานแล้ว ในปี 2026 Wix ยังมี Wix Studio ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับเอเจนซีและนักออกแบบมืออาชีพ รองรับการทำงานร่วมกันเป็นทีมและควบคุมดีไซน์ได้ละเอียดขึ้น
Wix เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมากนัก ความง่ายคือหัวใจ กลุ่มที่เหมาะกับ Wix ได้แก่ ผู้เริ่มต้นที่อยากทำเว็บด้วยตัวเองผ่านระบบลากวาง เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการหน้าเว็บไว้โปรโมทสินค้าหรือบริการและติดต่อลูกค้า รวมถึงผู้ที่เน้นดีไซน์สวยจากเทมเพลตสำเร็จรูป หากคุณต้องการเว็บไซต์ส่วนตัว พอร์ตโฟลิโอออนไลน์ หรือบล็อกที่ไม่ต้องการฟังก์ชันขั้นสูงมากนัก Wix ถือเป็นทางเลือกที่ลงตัว
ข้อจำกัดสำคัญของ Wix คือการปรับแต่งในระดับลึกและการย้ายเว็บไซต์ สองเรื่องนี้ต้องชั่งน้ำหนัก เมื่อเลือกเทมเพลตแล้ว การเปลี่ยนโครงสร้างหลักของเทมเพลตนั้นทำได้ยาก และการย้ายเว็บ Wix ไปยังแพลตฟอร์มอื่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุคือระบบเป็นแบบปิด เนื้อหาและดีไซน์ทั้งหมดจึงผูกอยู่กับแพลตฟอร์มนี้
อีกประเด็นคือต้นทุนระยะยาวที่อาจสูงกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อต้องอัปเกรดแผนหรือติดตั้งแอปเสริมแบบเสียเงินหลายตัว ด้าน SEO ในอดีต Wix เคยถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันพัฒนาขึ้นมาก แต่ผู้ใช้บางส่วนยังมองว่า WordPress ยืดหยุ่นและมีเครื่องมือ SEO ที่ปรับได้ลึกกว่า และหากต้องการทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันซับซ้อน Wix อาจรองรับได้ไม่เต็มที่เท่าแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างกว่า

WordPress คือระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System – CMS) แบบโอเพนซอร์ส (Open-Source) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ข้อมูลจาก W3Techs ในปี 2026 ระบุว่า WordPress ขับเคลื่อนเว็บไซต์ทั่วโลกราว 43% และครองส่วนแบ่งตลาด CMS ราว 60% เดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างบล็อก แต่ปัจจุบันใช้สร้างเว็บไซต์ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่เว็บส่วนตัว ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงเว็บไซต์องค์กรขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน จุดเด่นคือความยืดหยุ่น ปรับแต่งและขยายขีดความสามารถได้ด้วยธีมและปลั๊กอินจำนวนมหาศาล
จุดที่หลายคนสับสนคือความต่างระหว่าง WordPress.org กับ WordPress.com สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน WordPress.org คือซอฟต์แวร์ฟรีที่คุณติดตั้งบนโฮสติ้งของตัวเองและควบคุมได้เต็มที่ ส่วน WordPress.com เป็นบริการโฮสต์สำเร็จรูปที่มีข้อจำกัดคล้าย Wix บทความนี้พูดถึงแบบแรกเป็นหลัก
การเริ่มต้นใช้งาน WordPress ทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
ข้อเสียที่ควรทราบคือความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเว็บไซต์ใหญ่ขึ้นและใช้ปลั๊กอินจำนวนมาก การติดตั้งปลั๊กอินหลายตัวจากผู้พัฒนาต่างราย อาจเกิดปัญหาความเข้ากันไม่ได้ ผลคือเว็บทำงานผิดพลาดหรือเปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ความเสี่ยงมีจริง การแก้ไขโค้ดโดยตรงก็ต้องอาศัยความรู้ด้านเทคนิคพอสมควร หากทำผิดพลาดอาจทำให้เว็บไซต์เสียหายได้
อีกเรื่องคือภาระการดูแลเว็บไซต์ ผู้ใช้ต้องคอยอัปเดตตัว WordPress ธีม และปลั๊กอินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เว็บปลอดภัยและทำงานราบรื่น งานนี้ละเลยไม่ได้ ปัญหาสุดท้ายคือด้านความเร็ว เว็บ WordPress ที่ติดตั้งปลั๊กอินจำนวนมากหรือปรับแต่งไม่ดี อาจโหลดช้าลง ส่งผลเสียต่อประสบการณ์ผู้ใช้และอันดับบนเครื่องมือค้นหา
| Wix | WordPress | |
|---|---|---|
| การปรับแต่งของหน้าเว็บไซต์ | Wix นำเสนอระบบการแก้ไขแบบ “ลากและวาง” (Drag-and-Drop) ที่ใช้งานง่ายและเป็นภาพ ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์ได้อิสระ โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกมากมาย และปรับแต่งสี ตัวอักษร รูปภาพ และองค์ประกอบอื่น ๆ ได้ง่าย แต่การปรับแต่งในเชิงลึกยังมีข้อจำกัด เพราะผู้ใช้เข้าถึงโค้ดเบื้องหลังของเว็บไซต์โดยตรงไม่ได้ | WordPress ปรับแต่งได้ยืดหยุ่นกว่ามาก ผู้ใช้ปรับรูปลักษณ์และการทำงานของเว็บไซต์ได้ละเอียดผ่านระบบจัดการธีมและปลั๊กอิน ผู้ที่มีความรู้ด้านการเขียนโค้ด (HTML, CSS, PHP, JavaScript) ยังแก้ไขโค้ดเบื้องหลังของธีมและปลั๊กอิน หรือพัฒนาธีมและปลั๊กอินขึ้นเองได้ ทำให้สร้างเว็บไซต์ที่มีเอกลักษณ์และตรงความต้องการเฉพาะได้มากกว่า |
| การสร้างเว็บไซต์ | Wix มีกระบวนการสร้างเว็บไซต์ที่ง่ายและรวดเร็ว เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ไม่อยากยุ่งกับการติดตั้งและตั้งค่า ผู้ใช้เลือกเทมเพลตแล้วเริ่มปรับแต่งเนื้อหาได้ทันที โดย Wix ดูแลเรื่องโฮสติ้งและความปลอดภัยให้ ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลกับรายละเอียดทางเทคนิคมากนัก | WordPress ต้องผ่านขั้นตอนการติดตั้งและตั้งค่าที่ซับซ้อนกว่า Wix ผู้ใช้ต้องเลือกผู้ให้บริการโฮสติ้งและติดตั้งซอฟต์แวร์เอง แลกกับความยืดหยุ่นสูงในการสร้างเว็บไซต์หลากรูปแบบ ตั้งแต่บล็อกส่วนตัวไปจนถึงเว็บธุรกิจขนาดใหญ่และร้านค้าออนไลน์ที่ซับซ้อน |
| การใช้งานธีม (Theme) | Wix มีคลังธีมสำเร็จรูปที่หลากหลายและออกแบบมาสวยงาม ผู้ใช้ปรับแต่งธีมได้ในระดับหนึ่งผ่านเครื่องมือลากวาง แต่การเปลี่ยนโครงสร้างหลักของธีมมีข้อจำกัด และเมื่อเลือกธีมแล้ว การสลับไปใช้ธีมอื่นภายหลังทำได้ยากและอาจกระทบเนื้อหา | WordPress มีคลังธีมที่ใหญ่และหลากหลายกว่า Wix มาก ทั้งธีมฟรีและเสียเงินจากนักพัฒนาทั่วโลก ผู้ใช้ติดตั้งและเปลี่ยนธีมได้ง่าย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้พัฒนาธีมเองได้ ดีไซน์จึงยืดหยุ่นสูง |
| การใช้งานปลั๊กอิน (Plug-in) | Wix มี App Market ที่รวมแอป (เทียบเท่าปลั๊กอิน) จาก Wix เองและนักพัฒนาภายนอก ช่วยเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ระบบร้านค้าออนไลน์ แบบฟอร์มติดต่อ และเครื่องมือ SEO แต่จำนวนและขีดความสามารถของแอปยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับ WordPress | WordPress มีระบบปลั๊กอินที่แข็งแกร่งและมีจำนวนมหาศาล ทั้งฟรีและเสียเงิน เพิ่มขีดความสามารถให้เว็บได้แทบทุกรูปแบบ ทั้ง SEO ระบบจัดการสมาชิก ระบบอีคอมเมิร์ซขั้นสูง และระบบสำรองข้อมูล ความหลากหลายนี้ทำให้ WordPress ปรับให้ตรงความต้องการเฉพาะทางได้กว้างกว่า |
| การใช้งานสำหรับเขียนบล็อก (Blog) | Wix มีฟังก์ชันสร้างบล็อกที่ใช้งานง่าย สร้างและจัดการโพสต์ ใส่รูปภาพและวิดีโอ จัดหมวดหมู่และแท็กได้ดี เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มบล็อกอย่างรวดเร็วและเน้นดีไซน์สวย แต่ฟังก์ชันขั้นสูง เช่น การปรับ URL อย่างละเอียด หรือการจัดการ SEO เชิงลึก ยังมีข้อจำกัด | WordPress เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการทำบล็อก มีระบบจัดการโพสต์ที่ทรงพลัง จัดหมวดหมู่ แท็ก ตั้งเวลาโพสต์ และจัดการความคิดเห็นได้ครบ อีกทั้งมีปลั๊กอินเสริมมากมาย ทั้งปลั๊กอิน SEO ปลั๊กอินโซเชียลมีเดีย และปลั๊กอินจัดการสมาชิก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบล็อกเกอร์ทุกระดับ |
| การรองรับ SEO | ในอดีต Wix เคยถูกวิจารณ์เรื่องการรองรับ SEO แต่ปัจจุบันพัฒนาเครื่องมือ SEO ขึ้นมาก มีฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็น เช่น การปรับ Meta Title และ Description การสร้าง Sitemap การจัดการ URL ที่เป็นมิตรกับ SEO และการรองรับ Mobile-Friendly แต่การปรับ SEO ในเชิงลึกยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ WordPress | WordPress ได้รับการยอมรับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับ SEO สูง มีโครงสร้างที่เอื้อต่อการค้นหา และมีปลั๊กอิน SEO ที่ทรงพลัง เช่น Yoast SEO และ Rank Math ที่ช่วยปรับทุกรายละเอียดสำคัญได้ละเอียด ทั้ง Meta Tags, Keyword Analysis, Schema Markup และ XML Sitemaps จึงแข็งแกร่งสำหรับการทำ SEO ระยะยาว |
| การรองรับมือถือ (Mobile-Friendly) | Wix มีเครื่องมือแก้ไขเว็บไซต์บนเดสก์ท็อปที่ใช้ง่าย และเว็บที่สร้างด้วย Wix มักปรับให้แสดงผลบนมือถือ (Mobile-Friendly) ได้อัตโนมัติ ผู้ใช้ดูตัวอย่างการแสดงผลบนมือถือได้ขณะแก้ไขบนเดสก์ท็อป แต่การปรับแต่งเฉพาะมุมมองมือถือทำได้เพียงเล็กน้อย | WordPress ไม่มีแอปแก้ไขเว็บบนมือถือโดยตรง แต่ธีมส่วนใหญ่ออกแบบให้รองรับการแสดงผลบนมือถือแบบ Responsive ปรับขนาดและเลย์เอาต์ให้เหมาะกับหน้าจอต่าง ๆ ได้อัตโนมัติ ผู้ใช้จัดการเนื้อหาบางส่วนผ่านแอป WordPress บนมือถือได้ แต่การปรับดีไซน์ละเอียดมักต้องทำบนเดสก์ท็อป |
| ราคาค่าใช้จ่าย | Wix มีแผนฟรีที่มีข้อจำกัด (เช่น มีแบรนด์ Wix ปรากฏบนเว็บ และใช้โดเมนย่อยของ Wix) และแผนพรีเมียม 4 ระดับในปี 2026 ได้แก่ Light เริ่มราว 17 ดอลลาร์ต่อเดือน, Core ราว 29 ดอลลาร์ต่อเดือน, Business ราว 39 ดอลลาร์ต่อเดือน และ Business Elite ราว 159 ดอลลาร์ต่อเดือน (เมื่อจ่ายรายปี) ค่าบริการรวมโฮสติ้ง ความปลอดภัย และการอัปเดตแพลตฟอร์มไว้ในก้อนเดียว | WordPress เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้งานได้ฟรี แต่ต้องจ่ายค่าโฮสติ้ง โดเมนเนม และอาจมีค่าธีมกับปลั๊กอินแบบพรีเมียมเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายรวมขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการโฮสติ้งและปลั๊กอิน/ธีมที่เลือก โดยทั่วไปต้นทุนเริ่มต้นอาจต่ำกว่า แต่จะเพิ่มขึ้นเมื่อต้องการฟังก์ชันที่ซับซ้อนขึ้น |
| ด้านความปลอดภัย | Wix ดูแลความปลอดภัยของแพลตฟอร์มโดยรวมให้ รวมถึงการป้องกัน DDoS และการอัปเดตความปลอดภัย ผู้ใช้จึงไม่ต้องจัดการความปลอดภัยระดับเซิร์ฟเวอร์เอง แต่ความปลอดภัยของเว็บก็ยังขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของผู้ใช้ด้วย | ความปลอดภัยของเว็บ WordPress ขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้ใช้เป็นหลัก ต้องคอยอัปเดตตัว WordPress ธีม และปลั๊กอินสม่ำเสมอ และเพราะเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยม จึงตกเป็นเป้าการโจมตีมากกว่า หากปล่อยปละละเลย ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น |
| ด้านการ Support | Wix มีทีมสนับสนุนลูกค้าผ่านหลายช่องทาง เช่น อีเมล โทรศัพท์ และมีศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center) ที่ครอบคลุม ผู้ใช้ติดต่อทีมสนับสนุนของ Wix ได้โดยตรงเมื่อมีปัญหาในการใช้งานแพลตฟอร์มหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ | WordPress เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จึงไม่มีทีมสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก WordPress.org โดยตรง การสนับสนุนส่วนใหญ่มาจากชุมชนผู้ใช้ทั่วโลก ผ่านฟอรัม บล็อก และเอกสารออนไลน์ ผู้ที่ซื้อธีมหรือปลั๊กอินพรีเมียมมักได้รับการสนับสนุนจากผู้พัฒนา แต่ปัญหาทางเทคนิคที่ซับซ้อนอาจต้องจ้างนักพัฒนา WordPress ภายนอก |
| การรองรับ Ecommerce | Wix มีฟีเจอร์และแอปที่รองรับการสร้างร้านค้าออนไลน์ เช่น Wix Stores ช่วยจัดการสินค้าคงคลัง การชำระเงิน การจัดส่ง และการโปรโมทสินค้าได้ง่าย เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่อยากเปิดร้านออนไลน์อย่างรวดเร็วและไม่ซับซ้อน โดย Wix ดูแลความปลอดภัยของระบบชำระเงินและการจัดการคำสั่งซื้อให้ในระดับหนึ่ง | WordPress ร่วมกับปลั๊กอิน WooCommerce เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์ ยืดหยุ่นสูงในการปรับฟังก์ชันของร้าน รองรับระบบชำระเงินหลากหลาย จัดการสินค้าคงคลังขั้นสูง และเชื่อมต่อเครื่องมือทางการตลาดได้ เหมาะกับธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการควบคุมร้านค้าเต็มที่และมีแผนขยายในอนาคต แต่ผู้ใช้ต้องดูแลความปลอดภัยและการอัปเดต WooCommerce เอง |
| ด้าน | Wix | WordPress |
|---|---|---|
| ใช้งานง่าย | ง่ายมาก ลากวางเสร็จไว | ต้องเรียนรู้ระบบพอสมควร |
| ความยืดหยุ่น | จำกัดในระดับเทมเพลต | ปรับแต่งได้แทบไม่จำกัด |
| ราคา | 17–159 ดอลลาร์/เดือน รวมโฮสติ้ง | โปรแกรมฟรี + ค่าโฮสติ้ง/โดเมน/ปลั๊กอิน |
| SEO | พื้นฐานครบ แต่ปรับลึกได้จำกัด | ปรับได้ละเอียดด้วย Yoast/Rank Math |
| ความเป็นเจ้าของ | ผูกกับระบบปิด ย้ายออกยาก | เป็นเจ้าของไฟล์และฐานข้อมูลเต็มตัว |
| การขยายระบบ | เหมาะเว็บเล็กถึงกลาง | รองรับเว็บใหญ่และซับซ้อน |
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ฟรีแลนซ์ หรือมือใหม่ที่อยากได้เว็บออนไลน์ภายในไม่กี่ชั่วโมงโดยไม่ต้องแตะเรื่องเทคนิค Wix คือคำตอบที่ตรงกว่า ระบบลากวางและเทมเพลตสำเร็จรูปช่วยให้เริ่มได้แทบจะทันที ค่าใช้จ่ายก็คำนวณง่ายเพราะรวมโฮสติ้งและความปลอดภัยไว้ในแผนเดียว
แต่ถ้าคุณวางแผนระยะยาว อยากให้เว็บเติบโตไปพร้อมธุรกิจ ต้องการฟังก์ชันเฉพาะทาง หรือทำ SEO อย่างจริงจัง WordPress คุ้มค่ากว่าในระยะยาว คุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์เต็มตัว ย้ายโฮสต์ได้อิสระ และต่อยอดด้วยปลั๊กอินได้แทบไม่มีเพดาน แลกกับการต้องดูแลอัปเดตและเรียนรู้ระบบเพิ่มขึ้น สำหรับหลายธุรกิจในไทย การเริ่มต้นบน WordPress ตั้งแต่แรกช่วยประหยัดต้นทุนการย้ายแพลตฟอร์มในอนาคตได้มาก
Wix เป็นเครื่องมือสร้างเว็บสำเร็จรูปแบบลากวางที่ดูแลทุกอย่างให้ในระบบปิด ส่วน WordPress เป็นซอฟต์แวร์ CMS โอเพนซอร์สที่คุณติดตั้งบนโฮสติ้งของตัวเองและปรับแต่งได้อิสระ ความต่างหลักอยู่ที่ Wix เน้นความสะดวก ส่วน WordPress เน้นความยืดหยุ่นและความเป็นเจ้าของ สรุปคือเลือกตามเป้าหมาย
Wix เป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่าสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน แต่ WordPress รุ่นปัจจุบันก็ใช้ง่ายขึ้นมากผ่านตัวแก้ไขแบบบล็อก (Block Editor) ที่มาพร้อม WordPress 5.0 ตั้งแต่ปี 2018 ช่องว่างแคบลงมาก หากคุณพอมีเวลาเรียนรู้และมองภาพระยะยาว การเริ่มบน WordPress ตั้งแต่แรกก็ไม่ยากเกินไป
ย้ายได้ แต่ไม่ง่าย เพราะระบบของ Wix เป็นแบบปิด โดยทั่วไปต้องนำเนื้อหาบทความและรูปภาพออกมาแล้วสร้างโครงสร้างใหม่บน WordPress ดีไซน์เดิมมักย้ายตามมาไม่ได้โดยตรง การวางแผนตั้งแต่แรกจึงดีกว่า นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรคิดเรื่องแพลตฟอร์มให้รอบคอบตั้งแต่เริ่ม
ทั้งสองทำ SEO ได้ในระดับที่แข่งขันบน Google ได้ Wix มีเครื่องมือพื้นฐานครบสำหรับเว็บทั่วไป ขณะที่ WordPress ได้เปรียบเรื่องการปรับแต่งเชิงลึกผ่านปลั๊กอินอย่าง Yoast SEO และ Rank Math จึงเหมาะกับผู้ที่ทำคอนเทนต์จำนวนมากและแข่งขันในคีย์เวิร์ดที่สูง
ในปี 2026 Wix ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการเปิดเว็บอย่างรวดเร็วด้วยระบบลากวางที่ใช้ง่าย ส่วน WordPress ยังครองตลาดด้วยส่วนแบ่งเว็บทั่วโลกราว 43% สะท้อนความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับแต่งที่สูง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมเว็บไซต์เต็มที่และวางแผนพัฒนาในระยะยาว

ท้ายที่สุด การเลือกระหว่าง Wix กับ WordPress ขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายของคุณเอง หากอยากได้เว็บที่สร้างง่าย รวดเร็ว และไม่ต้องกังวลเรื่องเทคนิค Wix เป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งที่ไร้เพดาน ฟังก์ชันที่ซับซ้อน และความเป็นเจ้าของเว็บไซต์เต็มตัว WordPress ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เหนือกว่า และหากต้องการทีมช่วยวางระบบ WordPress ให้พร้อมใช้งานจริง Dot Plus Plus ยินดีให้คำปรึกษาตั้งแต่ต้นจนจบ
**สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
**สายด่วน : 095-953-7524
Facebook : Dot Plus Plus บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress
Line : @DotPlusPlus
Email : dotplusplus.design@gmail.com
Wix. (2026). Wix pricing plans. Wix.com. https://www.wix.com/plans
WordPress.org. (2026). Blog tool, publishing platform, and CMS. WordPress.org. https://wordpress.org/
W3Techs. (2026). Usage statistics and market share of WordPress. W3Techs. https://w3techs.com/technologies/details/cm-wordpress